อาการชัก โรคลมชักในเด็กส่งผลกระทบต่อสมองอย่างไร
March 10 / 2025

โรคลมชัก

 

โรคลมชักในเด็กเป็นภาวะที่คลื่นไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการชักเกร็งกระตุกทั่วร่างกายไที่ไม่สามารถควบคุมได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า อาการชักหรือโรคลมชักมีอาการและสาเหตุเกิดจากอะไร เพื่อที่จะดูแลป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับคนที่ใกล้ชิด

โรคลมชัก คืออะไร?

โรคลมชัก Epilepsy เป็นความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าในสมองส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดอาการชักเกร็งโดยที่ไม่รู้ตัว โดยปกติแล้วอาการชักจะแสดงอาการประมาณ 30 วินาที - 2 นาที ถ้าหากเกิดกรณีอาการชักนานกว่า 5 นาทีควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

โรคชมชักไม่เพียงแค่เกิดขึ้นเฉพาะในตัวเด็กเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ได้ หากมีภาวะโรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือการติดเชื้อ

สาเหตุของโรคลมชัก

1. เกิดความผิดปกติหรืออาการบาดเจ็บบริเวณสมอง

เป็นสาเหตุที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือความเสียหายของเนื้อเยื่อสมอง ทำให้คลื่นไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติและเกิดอาการชัก

  • แผลเป็นที่ฮิปโปแคมปัส Hippocampal Sclerosis
    ฮิปโปแคมปัสเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ หากเกิดแผลเป็นในบริเวณนี้ อาจทำให้สมองปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติและนำไปสู่การชัก โดยเฉพาะโรคลมชักชนิด Temporal Lobe Epilepsy

  • เนื้องอกในสมอง Brain Tumors
    เนื้องอกสามารถรบกวนการทำงานของสมอง และในบางกรณีอาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง Benign Tumors หรือเนื้องอกมะเร็ง Malignant

  • หลอดเลือดสมองผิดปกติ Vascular Malformations
    เช่น ภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพอง อาจทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ส่งผลต่อการทำงานของเซลล์สมอง และทำให้เกิดอาการชักได้

  • สมองได้รับอาการบาดเจ็บ Traumatic Brain Injury
    ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนบริเวณสมองอย่างรุนแรงทำให้สมองมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชัก

2. พันธุกรรม

แม้ว่าโรคลมชักอาจจะเป็นโรคติดต่อที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมได้ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนการถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมสู่รุ่นลูกนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นเพียงแค่ 1% เท่านั้น

 

3. โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ Meningitis เป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อเยื่อหุ้มสมองเกิดอาการอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และปรสิต โดยเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยได้แก่

 

  • เชื้ออีโคไล E. coli

  • เชื้อสเตร็พโตค็อคคัส กลุ่มบี Group B Streptococcus

  • เชื้อไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส Mycobacterium Tuberculosis

  • เชื้อสเตร็พโตค็อคคัส นิวโมเนียอี Streptococcus Pneumoniae

  • เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส Listeria Monocytogenes

  • เชื้อฮีโมฟิลัส อินฟลูเอ็นซาอี Haemophilus Influenzae

  • เชื้อไนซีเรีย เมนิงไจไทดิส Neisseria meningitidis

 

หากมีโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบอาจส่งผลให้เกิดอาการ ปวดศีรษะรุนแรง มีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจเกิดอาการชักร่วมด้วย

โรคลมชักแต่ละประเภท

1. ชักที่เกิดขึ้นกับสมองทั้งสองซีก Generalized Seizures

ชักประเภทนี้จะส่งผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย เนื่องจากเกิดขึ้นจากสมองทั้งสองซีกจนทำให้มีอาการชักที่รุนแรงได้

  • ชักแบบเหม่อลอย Absence Seizures
    มักจะเกิดขึ้นในตัวเด็กและเป็นอาการที่แสดงออกในช่วงสั้น ๆ ซึ่งจะมีอาการเหม่อลอย บางครั้งอาจมีการกะพริบตา หรือขยับริมฝีปากอย่างเล็กน้อย อาจทำให้เกิดภาวะการเสียการรับรู้ชั่วขณะ ไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยปกติแล้วอาการจะหายไปเองภายในไม่กี่วินาที

 

  • ชักแบบชักเกร็ง Tonic Seizures
    อาการนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน และขาเกิดอาการเกร็งอย่างรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมร่างกายได้

 

  • ชักแบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง Atonic Seizures
    การชักแบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการอ่อนแรงจนไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ ซึ่งทำให้เสี่ยงที่จะล้มลงได้ทันที

 

  • ชักแบบชักกระตุก Clonic Seizures
    มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติและไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณคอ ใบหน้า และแขน จะมีการกระตุกเป็นจังหวะซ้ำ ๆ
     

  • ชักแบบชักกระตุกและเกร็ง Tonic-Clonic Seizures
    เป็นการชักที่รุนแรง โดยจะมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ตามด้วยการกระตุกอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการหมดสติ ผู้ป่วยมักรู้สึกเหนื่อยหอบและอ่อนแรงหลังจากที่อาการชักเกร็งบรรเทาลง

2. ชักที่เกิดขึ้นกับสมองเฉพาะบางส่วน (Partial หรือ Focal Seizures)

  • ชักแบบรู้ตัว Simple Focal Seizures
    ผู้ป่วยยังมีสติครบถ้วนและสามารถรับรู้สิ่งรอบข้างได้ แต่จะมีอาการ เช่น รู้สึกว่าเหมือนเคยเกิดขึ้นกับตัวเอง หรือประสาทสัมผัสเปลี่ยนแปลงไป (กลิ่น, รสชาติ) อาจมีความรู้สึกชาที่แขน ขา บางครั้งอาจมีอาการกระตุกที่บางส่วนของร่างกาย

 

  • ชักแบบไม่รู้ตัว Complex Partial Seizures
    ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวขณะเกิดอาการชัก ส่วนมากจะไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเกิดอาการชัก โดยสัญญาณเตือนก่อนจะเกิดอาการชักคือ การทำเสียงแปลก ๆ การขยับแขนหรือขาไปมา หรือการเดินหมุนไปรอบ ๆ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้

 

วิธีช่วยเหลือผู้ป่วยจากอาการชัก

  1. ห้ามเอาสิ่งของ หรือวัตถุยัดเข้าไปในปากผู้ป่วยโดยเด็ดขาด
     

  2. เคลียพื้นที่รอบตัวผู้ป่วยให้ปลอดภัย ไม่มีสิ่งกีดขวาง ของมีคม หรือบริเวณที่มีเหลี่ยมมุม และจัดให้อยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
     

  3. เปิดทางเดินหายใจให้กับผู้ป่วย เช่น ปลดเสื้อผ้าให้หลวม ปลดเนคไท ปลดกระดุม ถอดแว่นตา และจัดท่าทางของผู้ป่วยให้นอนอยู่ในท่าตะแคง
     

  4. หากผู้ป่วยหายจากอาการชัก หรือ มีอาการชักนานกว่า 2 นาทีให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

หากพบผู้ป่วยเกิดอาการชักสามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้ตัวมากที่สุด

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม หรือแผนกฉุกเฉิน ฉุกเฉินเชียงใหม่ ราม 24 ชั่วโมงโทร 052-004601