Messenger

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา สายพันธุ์ อันตราย ที่ต้องเฝ้าระวัง

January 22 / 2018

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา

สายพันธุ์ อันตราย ที่ต้องเฝ้าระวัง

 

 

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika Fever) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยปกติอาการมักไม่รุนแรง อาการทุเลาลงได้ภายใน 2-7 วัน

ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้ทารกมีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด (Microcephaly) หรือมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทได้

 

 

การแพร่เชื้อของไวรัสซิกา

 

สามารถแพร่เชื้อโดยยุงลายที่มีเชื้อและไปกัดคน หลังจากได้รับเชื้อแล้ว เชื้อจะมีระยะฟักตัว 3-12 วัน

 

อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา

 

  • ปวดศีรษะ
  • เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง
  • มีไข้ อ่อนเพลีย
  • มีผื่นแดง
  • ปวดตามข้อ
  • ปวดกล้ามเนื้อ


หญิงตั้งครรภ์ หากอาการ ผื่นแดง มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ ตาแดง ประมาณ 2-7 วันก่อนมาโรงพยาบาล กรุณาแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทราบทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสซิกา

 

 

การตรวจวินิจฉัย ทำได้โดย

 

  1. การตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธี Polymerase Chain Reaction (PCR)
  2. การแยกเชื้อไวรัสจากตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้ป่วย 

 

 

การรักษา

 

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาได้โดย เเพทย์จะทำการรักษาตามอาการของผู้ป่วย และให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. ดื่มน้ำมากๆ
  3. ใช้ยาลดไข้หรือยาบรรเทาอาการปวด เช่น รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยาแอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้

​

 

การป้องกัน

 

  1. ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด ด้วยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และทายากันยุง
  2. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย 
  3. หากป่วยด้วยอาการไข้ ออกผื่น เยื่อบุตาอักเสบ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ รุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง (ถ้ามี)

สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรปรึกษาแพทย์และป้องกันไม่ให้ยุงกัด