เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

พัฒนาการเด็กในครรภ์ เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักอยากรู้มากที่สุด เพราะอยากเข้าใจว่าลูกน้อยในท้องกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา คำถามที่พบบ่อยคือพัฒนาการเด็กในครรภ์แต่ละเดือนมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และคุณแม่ควรสังเกตหรือดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสมกับแต่ละไตรมาส บทความนี้จะพาคุณแม่ไปติดตามการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยตลอด 9 เดือนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันปฏิสนธิจนถึงวันที่พร้อมลืมตาดูโลก เพื่อให้คุณแม่เข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงของการตั้งครรภ์
พัฒนาการเด็กในครรภ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วินาทีที่ไข่และอสุจิปฏิสนธิกัน ไปจนถึงวันที่ทารกพร้อมออกมาลืมตาดูโลก โดยแต่ละเดือนของการตั้งครรภ์จะมีความเปลี่ยนแปลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่อไปนี้คือพัฒนาการเด็กในครรภ์แต่ละเดือนที่คุณแม่ควรรู้ เพื่อติดตามความเจริญเติบโตของลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์
ในเดือนแรกของพัฒนาการเด็กในครรภ์ ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านท่อนำไข่และเริ่มฝังตัวที่ผนังมดลูก เซลล์เริ่มแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นตัวอ่อนขนาดจิ๋ว ช่วงนี้คุณแม่หลายคนอาจยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายยังไม่แสดงอาการที่ชัดเจนมากนัก
เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 2 พัฒนาการเด็กในครรภ์แต่ละเดือนจะเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น โดยตัวอ่อนจะเริ่มสร้างศีรษะซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าส่วนอื่นของร่างกาย พร้อมทั้งเริ่มมีการเต้นของหัวใจเล็ก ๆ ให้เห็นผ่านการอัลตราซาวนด์ สายสะดือเริ่มทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารจากแม่สู่ลูกอย่างเป็นระบบมากขึ้น
เดือนที่ 3 เป็นช่วงที่อวัยวะบนใบหน้าของทารกเกือบสมบูรณ์แล้ว แม้ดวงตาจะยังปิดอยู่ก็ตาม สมองและกล้ามเนื้อเริ่มทำงานประสานกัน นิ้วมือนิ้วเท้าพัฒนาจนสมบูรณ์และเริ่มงอได้ ทารกอาจเริ่มดูดนิ้วและลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำที่คอยปกป้องร่างกายเล็ก ๆ ไว้อย่างดี
พัฒนาการเด็กในครรภ์ในเดือนที่ 4 จะเห็นแขนขาและข้อต่อที่สมบูรณ์ขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นจนทารกเคลื่อนไหวได้มากขึ้น แม้คุณแม่อาจยังไม่รู้สึกถึงการดิ้นในช่วงนี้ นอกจากนี้ไตของทารกเริ่มทำงาน และในบางกรณีแพทย์อาจสามารถมองเห็นเพศของทารกได้จากการอัลตราซาวนด์
เดือนที่ 5 ทารกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของลูกได้บ่อยขึ้น ฟันเริ่มพัฒนาอยู่ใต้เหงือก ผมและคิ้วเริ่มงอก ประสาทสัมผัสด้านรสชาติ กลิ่น และเสียงเริ่มพัฒนามากขึ้น ทารกเริ่มได้ยินเสียงพูดคุยของคุณแม่และรู้สึกได้เมื่อมีการลูบสัมผัสหน้าท้องเบา ๆ
ในเดือนนี้ทารกจะเน้นการพัฒนาอวัยวะภายในให้สมบูรณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปอด ระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน ทารกเริ่มได้ยินเสียงหัวใจของแม่และเสียงดนตรีจากภายนอก คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถพูดคุยกับลูกในครรภ์ได้ตั้งแต่ช่วงนี้เพื่อกระตุ้นการรับรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
พัฒนาการเด็กในครรภ์ในช่วงเดือนที่ 7 จะเห็นได้ว่าทารกเริ่มสะสมไขมันใต้ผิวหนังเพื่อรักษาความอบอุ่นของร่างกาย หนังตาเริ่มเปิดและสามารถมองเห็นแสงผ่านหน้าท้องของแม่ได้ ปอดพัฒนาต่อเนื่องจนหากคลอดก่อนกำหนดในช่วงนี้ก็มีโอกาสรอดชีวิตค่อนข้างสูง เนื่องจากอวัยวะสำคัญเริ่มทำงานเป็นปกติแล้ว
ในเดือนที่ 8 ร่างกายของทารกจะมีลักษณะใกล้เคียงกับทารกแรกเกิดมากขึ้น ศีรษะเริ่มหันมาทางปากมดลูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด คุณแม่อาจรู้สึกถึงอาการเจ็บท้องเตือนเป็นระยะจากการบีบตัวของมดลูก ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ทั้งแม่และลูกก่อนถึงวันคลอดจริง
เดือนสุดท้ายของพัฒนาการเด็กในครรภ์ ทารกจะเคลื่อนตัวลงสู่อุ้งเชิงกรานและอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมคลอด อวัยวะทุกระบบพัฒนาจนสมบูรณ์และยังคงเติบโตต่อไปแม้จะใกล้ครบกำหนด คุณแม่ส่วนใหญ่มักคลอดในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 37-42 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ทั้งครอบครัวรอคอยมากที่สุดตลอดการตั้งครรภ์
พัฒนาการเด็กในครรภ์ เป็นกระบวนการที่น่ามหัศจรรย์และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 9 เดือน การเข้าใจพัฒนาการเด็กในครรภ์แต่ละเดือนจะช่วยให้คุณแม่ดูแลสุขภาพตัวเองและลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงของการตั้งครรภ์ หากคุณแม่ต้องการคำปรึกษาหรือติดตามพัฒนาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์ ทีมสูตินรีแพทย์ของ Chiangmai Ram Hospital พร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเองในทุกขั้นตอน