เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดตอนไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด? คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนสงสัยเมื่อเริ่มมองหาวิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างจริงจัง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความสำคัญของการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ชนิดของวัคซีนที่มีในปัจจุบัน ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนและหลังการฉีด เพื่อให้คุณตัดสินใจดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือที่รู้จักกันในชื่อวัคซีน HPV คือวัคซีนที่พัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลมา (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะเชื้อสายพันธุ์กลุ่มความเสี่ยงสูงอย่างสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นต้นเหตุของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ วัคซีนชนิดนี้ออกฤทธิ์แบบป้องกันล่วงหน้า คือช่วยสร้างเกราะป้องกันก่อนที่ร่างกายจะได้รับเชื้อจริง จึงมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยสัมผัสเชื้อไวรัสมาก่อน
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจน กว่าจะรู้ตัวก็อาจอยู่ในระยะที่ลุกลามแล้ว การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นแนวทางเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะรอให้เกิดความผิดปกติแล้วค่อยรักษา นอกจากนี้ผู้หญิงแทบทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV ได้ในบางช่วงของชีวิต การมีภูมิคุ้มกันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว
ปัจจุบันวัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 ชนิดหลัก ซึ่งแตกต่างกันที่จำนวนสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่ครอบคลุมการป้องกัน การเลือกชนิดวัคซีนที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รับการป้องกันที่ครอบคลุมและเหมาะกับช่วงวัยมากที่สุด
วัคซีนชนิดนี้มุ่งป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยตรงเป็นหลัก โดยไม่ครอบคลุมการป้องกันหูดหงอนไก่
นอกจากจะป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เช่นเดียวกับชนิด 2 สายพันธุ์แล้ว วัคซีนชนิดนี้ยังเพิ่มการป้องกันสายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของหูดหงอนไก่ ทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิดนี้ได้รับการป้องกันที่ครอบคลุมมากขึ้นทั้งมะเร็งปากมดลูกและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
เป็นวัคซีนรุ่นล่าสุดที่ครอบคลุมการป้องกันเชื้อ HPV มากถึง 9 สายพันธุ์ ได้แก่ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 จึงเพิ่มขอบเขตการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้กว้างขึ้นกว่าวัคซีนสองชนิดแรก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความครอบคลุมสูงสุดในการป้องกันเชื้อ HPV กลุ่มเสี่ยง
วัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถฉีดได้ในกลุ่มคนที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น การทำความเข้าใจว่ากลุ่มใดควรได้รับวัคซีนนี้จะช่วยให้วางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
เด็กและวัยรุ่นอายุ 9-14 ปี เป็นช่วงวัยที่แนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด เนื่องจากยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ HPV และร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี
วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นอายุ 15-26 ปี ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน ยังคงได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก แม้ประสิทธิภาพอาจไม่สูงเท่าการฉีดตั้งแต่วัยเด็ก แต่ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยสัมผัสได้
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 26 ปี สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เนื่องจากประโยชน์ของวัคซีนในช่วงวัยนี้ขึ้นอยู่กับประวัติการสัมผัสเชื้อและปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล
ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังคงสามารถฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกได้ เนื่องจากวัคซีนยังช่วยป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับ แม้จะเคยติดเชื้อบางสายพันธุ์ไปแล้วก็ตาม
แม้ชื่อจะเรียกว่าวัคซีนมะเร็งปากมดลูก แต่ผู้ชายก็สามารถฉีดวัคซีนชนิดนี้ได้เช่นกัน เนื่องจากเชื้อ HPV ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นสาเหตุของโรคอื่นในผู้ชายได้ด้วย เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งที่อวัยวะเพศ การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกในผู้ชายจึงช่วยป้องกันโรคเหล่านี้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสที่จะเป็นพาหะแพร่เชื้อ HPV ไปสู่คู่นอนได้อีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากการป้องกันมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักแล้ว วัคซีนมะเร็งปากมดลูกยังมีประโยชน์ครอบคลุมมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ ดังนี้
ลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นประโยชน์หลักที่ทำให้การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกได้รับคำแนะนำอย่างแพร่หลายในผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อฉีดตั้งแต่ช่วงวัยที่เหมาะสม
ป้องกันหูดหงอนไก่ วัคซีนบางชนิดที่ครอบคลุมสายพันธุ์ 6 และ 11 สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหูดหงอนไก่ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย
ลดความเสี่ยงมะเร็งชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์กลุ่มเสี่ยงสูง
ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว การป้องกันตั้งแต่ต้นทางด้วยวัคซีนมะเร็งปากมดลูกช่วยลดโอกาสที่จะต้องเข้ารับการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต ทั้งในแง่สุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ
อ่านบทความเพิ่มเติม >> Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีน HPV
จำนวนเข็มของวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้รับวัคซีนเป็นหลัก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่มีอายุ 9-14 ปี ซึ่งฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน เนื่องจากร่างกายในวัยนี้สร้างภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีเป็นพิเศษ ส่วนกลุ่มที่สองคือผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จะต้องฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกครบ 3 เข็ม ตามตารางเข็มแรก เข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่สามห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยทั่วไปแล้วการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกไม่จำเป็นต้องมีการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันล่วงหน้าก่อนเริ่มโปรแกรมวัคซีนแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ที่จะเข้ารับวัคซีนควรมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้หรือการติดเชื้อเฉียบพลันในวันที่นัดฉีด ส่วนเรื่องเข็มกระตุ้นภายหลังจากฉีดครบตามจำนวนเข็มที่กำหนดแล้ว ปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์ยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้นเพิ่มเติมในคนทั่วไป เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากวัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพเฉพาะบุคคล
เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนชนิดอื่น การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มีความรุนแรงน้อยและหายได้เองภายในเวลาไม่นาน โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
อาการบริเวณตำแหน่งที่ฉีด เช่น ปวด บวม แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณต้นแขนที่ฉีดวัคซีน ซึ่งมักดีขึ้นเองภายในหนึ่งถึงสองวัน
อาการทั่วร่างกายเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
อาการคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะ พบได้ในบางราย โดยเฉพาะหากรับประทานอาหารมาไม่เพียงพอก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน
อาการแพ้รุนแรง แม้พบได้น้อยมาก แต่หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น หายใจลำบาก บวมที่ใบหน้าหรือลำคอ ควรรีบแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทันที
แม้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะเหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรงดหรือเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจในกรณีต่อไปนี้
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกออกไปก่อนจนกว่าจะคลอดบุตรเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทั้งมารดาและทารกในครรภ์
ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน เช่น แพ้ยีสต์หรือสารเสริมฤทธิ์บางชนิดที่เป็นส่วนประกอบของวัคซีน ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนเข้ารับการฉีด
ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เช่น ผู้ที่กำลังได้รับเคมีบำบัด เนื่องจากอาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจ
ผู้ที่มีอาการป่วยเฉียบพลันหรือมีไข้สูง ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกออกไปก่อนจนกว่าร่างกายจะหายเป็นปกติ เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างเต็มที่
การเตรียมตัวที่เหมาะสมก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะช่วยให้ร่างกายพร้อมรับวัคซีนและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ ควรปฏิบัติตัวดังนี้
พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนวันนัดฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับประทานอาหารมาให้เรียบร้อย ไม่ควรฉีดวัคซีนขณะท้องว่าง เพื่อลดความเสี่ยงของอาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้ระหว่างและหลังการฉีด
แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัว การแพ้ยา การตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาบางชนิด เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
สวมใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีด เช่น เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่สามารถพับแขนเสื้อขึ้นได้ง่าย เนื่องจากวัคซีนจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน
หลังจากฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเรียบร้อยแล้ว การปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน โดยมีคำแนะนำดังนี้
สังเกตอาการหลังฉีดในสถานพยาบาลอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อเฝ้าระวังอาการแพ้รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังการฉีดวัคซีน
ประคบเย็นบริเวณที่ฉีด หากมีอาการปวดบวมแดง เพื่อบรรเทาอาการไม่สบายบริเวณตำแหน่งที่ฉีด
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันที่ฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่
มาตามนัดหมายเข็มถัดไปให้ครบตามกำหนด เนื่องจากการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกให้ครบตามจำนวนเข็มมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว
เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ แม้จะฉีดวัคซีนครบแล้ว เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ทุกสายพันธุ์
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ผู้หญิงและผู้ชายสามารถป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อ HPV ได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ หรือ 9 สายพันธุ์ ล้วนมีบทบาทในการลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกและโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ได้ การเลือกฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกในช่วงวัยที่เหมาะสม ควบคู่กับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นแนวทางดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่คุ้มค่าในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาสถานพยาบาลที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง Chiangmai Ram Hospital พร้อมดูแลคุณตั้งแต่การประเมินความเหมาะสม การเลือกชนิดวัคซีน ไปจนถึงการติดตามผลหลังการฉีดอย่างครบวงจร