ความดันปกติ เท่าไหร่ แต่ละช่วงอายุอายู่ที่เท่าไหร่
March 05 / 2026

ความดันปกติเท่าไหร่

 

บ่อยครั้งที่อาการปวดศีรษะตื้อๆ วิงเวียน หน้ามืด หรือเหนื่อยง่าย ถูกมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงความอ่อนล้าจากการทำงานหนัก แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากร่างกายที่กำลังบ่งบอกว่าระบบไหลเวียนโลหิตของคุณกำลังมีปัญหา การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ความดันปกติ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายแรงอย่างโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้คุณได้ทราบอย่างชัดเจนว่า ความดันปกติ เท่าไหร่ การอ่านค่าความดันที่ถูกต้องทำได้อย่างไร รวมไปถึงวิธี วัดความดันปกติ ด้วยตนเองที่บ้านให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด อ่านจบแล้วคุณจะสามารถประเมินสุขภาพเบื้องต้นของตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างผู้เชี่ยวชาญ

ความดันโลหิตคืออะไร และสำคัญอย่างไร

ความดันโลหิตคือแรงดันที่เกิดขึ้นภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของหัวใจที่บีบตัวและคลายตัวเพื่อสูบฉีดเลือด นำพาออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นต้องรักษาระดับ ความดันโลหิตปกติ เอาไว้ให้ได้ เพราะหากปล่อยให้ความดันดันในหลอดเลือดสูงหรือความดันในเลือดต่ำจนเกินไป ย่อมส่งผลกระทบต่อผนังหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญภายในร่างกายโดยตรง

ในการวัดความดันโลหิต ทางการแพทย์จะแบ่งการอ่านค่าออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่

  • ค่าความดันโลหิตตัวบน หรือ ซิสโตลิก คือแรงดันภายในหลอดเลือดแดงในขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวสูงสุด

  • ค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือ ไดแอสโตลิก คือแรงดันภายในหลอดเลือดแดงในขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจคลายตัว

ความดันปกติ เท่าไหร่ (Normal Blood Pressure)

หลายคนมักมีคำถามว่า ความดันปกติอยู่ที่เท่าไหร่ สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ค่าความดันปกติ ควรจะอยู่ที่ระดับ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเป็นตัวเลขมาตรฐานที่บ่งบอกว่าหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวล

ค่าความดันปกติ คือกี่ / กี่ มิลลิเมตรปรอท

หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด ค่าความดันปกติ เท่าไหร่ นั้น จะพิจารณาจากตัวเลขสองตัวประกอบกัน โดยค่าความดันโลหิตตัวบนควรอยู่ในช่วง 120 ถึง 129 มิลลิเมตรปรอท และค่าความดันโลหิตตัวล่างควรอยู่ในช่วง 80 ถึง 84 มิลลิเมตรปรอท หากวัดค่าได้ในช่วงนี้ ถือว่าระบบไหลเวียนโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม

ระดับความดันโลหิต (ต่ำ–ปกติ–สูง)

เพื่อการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง เราจำเป็นต้องรู้ ระดับความดันปกติ และระดับที่มีความเสี่ยง โดยสามารถแบ่งเกณฑ์การประเมินได้ดังนี้

  • ความดันโลหิตปกติ ค่าตัวบนน้อยกว่า 120 และ ค่าตัวล่างน้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท

  • ความดันโลหิตสูงกว่าปกติ ค่าตัวบนอยู่ระหว่าง 120 ถึง 129 และ ค่าตัวล่างน้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท

  • ความดันโลหิตสูงระดับที่ 1 ค่าตัวบนอยู่ระหว่าง 130 ถึง 139 หรือ ค่าตัวล่างอยู่ระหว่าง 80 ถึง 89 มิลลิเมตรปรอท

  • ความดันโลหิตสูงระดับที่ 2 ค่าตัวบนอยู่ระหว่าง 140 ถึง 179 หรือ ค่าตัวล่างอยู่ระหว่าง 90 ถึง 109 มิลลิเมตรปรอท

  • ความดันโลหิตสูงวิกฤติ ค่าตัวบนมากกว่า 180 หรือ ค่าตัวล่างมากกว่า 110 มิลลิเมตรปรอท

  • ความดันโลหิตตัวบนสูงเพียงอย่างเดียว ค่าตัวบนมากกว่า 140 และ ค่าตัวล่างน้อยกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท

ความดันปกติ แบ่งตามช่วงอายุ

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดจะลดลง ส่งผลให้ค่าความดันโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การทราบเกณฑ์ความดันโลหิตที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ความดันปกติในวัยผู้ใหญ่

สำหรับวัยทารกไปจนถึงวัยรุ่น ค่าความดันจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยทารกจะมีความดันอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 90 สำหรับค่าบน และ 20 ถึง 60 สำหรับค่าล่าง ส่วนเด็กโตจนถึงวัยรุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 90 ถึง 120 สำหรับค่าบน และ 60 ถึง 80 สำหรับค่าล่าง

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ค่าความดันจะเริ่มคงที่และเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยตามช่วงวัย ดังนี้

  • อายุ 20 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบน 120 ถึง 122 และค่าเฉลี่ยตัวล่าง 79 ถึง 81 มิลลิเมตรปรอท

  • อายุ 30 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบน 121 ถึง 123 และค่าเฉลี่ยตัวล่าง 80 ถึง 82 มิลลิเมตรปรอท

  • อายุ 40 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบน 122 ถึง 125 และค่าเฉลี่ยตัวล่าง 81 ถึง 83 มิลลิเมตรปรอท

ความดันปกติเท่าไหร่ อายุ 50 ปีขึ้นไป

วัยกลางคนเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมถอยของหลอดเลือดอย่างชัดเจน หลายคนจึงสงสัยว่า ความดันปกติเท่าไหร่ อายุ 50 ปีขึ้นไปควรมีค่าอยู่ที่ระดับใด

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบนจะอยู่ที่ 123 ถึง 126 มิลลิเมตรปรอท และค่าเฉลี่ยตัวล่าง 82 ถึง 84 มิลลิเมตรปรอท

  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบนจะขยับขึ้นมาที่ 124 ถึง 127 มิลลิเมตรปรอท และค่าเฉลี่ยตัวล่าง 83 ถึง 85 มิลลิเมตรปรอท

ความดันปกติเท่าไหร่ ผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ที่ก้าวเข้าสู่วัยชรา หลอดเลือดจะมีความแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ค่าความดันตัวบนมักจะสูงกว่าวัยอื่นๆ คำถามที่พบบ่อยคือ ความดันปกติเท่าไหร่ ผู้สูงอายุ จึงจะถือว่าปลอดภัย

  • อายุ 70 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบน 125 ถึง 125 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่าง 84 ถึง 86 มิลลิเมตรปรอท

  • อายุ 80 ปี ค่าเฉลี่ยตัวบน 126 ถึง 129 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่าง 85 ถึง 87 มิลลิเมตรปรอท
    ทั้งนี้ เกณฑ์ความปลอดภัยโดยรวมสำหรับผู้สูงอายุคือ ค่าความดันโลหิตไม่ควรสูงเกิน 160/90 มิลลิเมตรปรอท

ความดันปกติ แยกตามเพศ

นอกจากปัจจัยด้านอายุแล้ว สรีระวิทยาและฮอร์โมนที่แตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง ก็มีผลต่อค่าความดันโลหิตเช่นเดียวกัน

ความดันปกติเท่าไหร่ ผู้หญิง

ผู้หญิงมักได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน สำหรับคำถามที่ว่า ความดันปกติเท่าไหร่ ผู้หญิง เกณฑ์มาตรฐานทั่วไปจะเริ่มต้นที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท และขีดจำกัดสูงสุดที่ไม่ควรเกินคือ 140/90 มิลลิเมตรปรอท หากเกินกว่านี้ถือว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง

ผู้ชายควรมีค่าความดันเท่าไหร่

ในส่วนของเพศชาย เกณฑ์มาตรฐานของค่าความดันโลหิตก็ไม่แตกต่างจากเพศหญิงมากนัก คือควรเริ่มต้นที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท และไม่ควรมีค่าสูงเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอทเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายมักมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ที่มากกว่า จึงควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

วิธีวัดความดันปกติให้แม่นยำที่บ้าน

การมีเครื่องวัดความดันโลหิตติดบ้านไว้เป็นเรื่องที่แพทย์แนะนำอย่างยิ่ง แต่การจะได้ค่าที่ถูกต้องนั้นต้องอาศัยเทคนิคที่ถูกวิธี หากคุณต้องการ วัดความดันปกติ เท่าไหร่ ให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้อย่างเคร่งครัดเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันติดต่อกัน

การเตรียมตัวก่อนวัดความดัน

ก่อนทำการ วัดความดันปกติ ควรนั่งพักบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที ปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็งหลัง วางเท้าทั้งสองข้างให้ราบไปกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่กำมือ ไม่ขยับตัวไปมา และงดการพูดคุยในระหว่างนี้ นอกจากนี้ ในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนวัดความดัน ควรงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนัก งดสูบบุหรี่ งดดื่มชาหรือกาแฟ และควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนทำการวัด

ขั้นตอนการวัดความดันที่ถูกต้อง

ควรเลือกวัดที่แขนข้างที่คุณไม่ถนัด หรือหากทราบว่าแขนข้างใดมีค่าความดันสูงกว่าให้เลือกวัดที่แขนข้างนั้นเป็นหลัก สวมปลอกแขนวัดความดันให้กระชับพอดี และวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจเสมอ ควรทำการวัดแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาของวัน คือ

  • ช่วงเช้า วัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน โดยทำการวัด 2 ครั้งติดกัน เว้นระยะห่างกันครั้งละ 1 นาที

  • ช่วงก่อนนอน ให้นั่งพักอย่างน้อย 30 นาที และเว้นระยะห่างจากอาหารมื้อเย็น 1 ชั่วโมง จากนั้นวัด 2 ครั้งติดกัน เว้นระยะห่างครั้งละ 1 นาทีเช่นเดียวกัน

วิธีการอ่านค่าความดัน

การประเมินว่าค่าความดันของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ไม่ควรดูจากตัวเลขเพียงครั้งเดียว แต่ให้นำค่าที่ได้จากการวัดครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ของแต่ละช่วงเวลามาหาค่าเฉลี่ย ตัวอย่างเช่น หากตอนเช้าครั้งแรกวัดได้ 110/80 และครั้งที่สองวัดได้ 112/84 ให้นำค่าตัวบนมาบวกกันหารสอง จะได้ค่าเฉลี่ยตัวบนที่ 111 และนำค่าตัวล่างมาบวกกันหารสอง จะได้ค่าเฉลี่ยตัวล่างที่ 82 นำค่าเฉลี่ยที่ได้นี้ไปจดบันทึกเพื่อส่งให้แพทย์ช่วยประเมินผลการรักษาต่อไป

ถ้าค่าความดันไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรทำอย่างไร

หากคุณพบว่า ค่าความดันปกติ ของตนเองมีแนวโน้มที่สูงหรือต่ำเกินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็ดขาด การทำความเข้าใจสาเหตุและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญในการรักษา

ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร

ภาวะความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และปัจจัยที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือมีปริมาณโซเดียมสูง นอกจากนี้ ภาวะความดันสูงยังอาจเป็นผลพวงมาจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ไขมันในเลือดสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือการใช้ยาบางชนิด

ในบางกรณี ความดันโลหิตสูงมีสาเหตุมาจากโรคเฉพาะทาง ซึ่งหากรักษาที่ต้นเหตุได้ อาการความดันสูงก็จะหายขาดได้เช่นกัน เช่น เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ภาวะฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ ภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกิน ภาวะหลอดเลือดไตตีบแคบ หรือโรคเจ้ายักษ์ที่มีฮอร์โมนเจริญเติบโตเกินปกติ

การดูแลตนเองเบื้องต้นคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยว ธัญพืชไม่ขัดสี แหล่งโปรตีนไขมันต่ำ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม

ความดันโลหิตต่ำเกิดจากอะไร

ภาวะความดันโลหิตต่ำมักมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายสูญเสียของเหลว เช่น ภาวะขาดน้ำ การเสียเลือดในปริมาณมาก หรืออาจเกิดจากการติดเชื้ออย่างรุนแรง อาการแพ้อย่างรุนแรง ภาวะขาดสารอาหาร ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและต่อมไทรอยด์ การตั้งครรภ์ รวมถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางกลุ่ม เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาต้านซึมเศร้า นอกจากนี้ การลุกขึ้นยืนหรือเปลี่ยนอิริยาบถอย่างกะทันหัน ก็อาจส่งผลให้ความดันโลหิตตกลงอย่างฉับพลันได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อาการแบบไหนควรพบแพทย์ทันที

แม้ว่าความผิดปกติของความดันโลหิตในระยะเริ่มต้นอาจไม่แสดงอาการใดๆ แต่หากตัวเลขทะลุขีดจำกัดไปถึงจุดวิกฤติ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรง ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด

สัญญาณอันตรายของความดันสูง

หากคุณวัดความดันแล้วพบว่า ค่าความดันตัวบนสูงกว่า 180 มิลลิเมตรปรอท หรือ ค่าตัวล่างสูงกว่า 110 มิลลิเมตรปรอท นี่คือภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤติ ยิ่งหากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที โดยสัญญาณอันตรายได้แก่

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นเฉียบพลัน บางครั้งอาจร้าวไปถึงท้ายทอยร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน

  • เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนมีของหนักมากดทับ หรือปวดร้าวทะลุไปถึงด้านหลัง

  • มีอาการปวดร้าวจากหน้าอกไปที่ขากรรไกรหรือแขนซ้าย พร้อมกับมีเหงื่อออก หน้ามืด เป็นลม

  • หายใจหอบถี่ หายใจลำบาก หรือรู้สึกหายใจไม่ออก

  • ใจสั่น ชีพจรเต้นผิดจังหวะ

  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น พูดไม่ชัด พูดลำบาก สับสน มึนงง

  • สายตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน

  • มีอาการชา หรือแขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย

  • เกิดอาการชักเกร็ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ ความดันขึ้น 200 ควรทำอย่างไร คำตอบคือต้องโทรเรียกสายด่วน 1669 หรือนำตัวส่งแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลในทันที ห้ามรับประทานยาลดความดันเพื่อกดอาการด้วยตนเองโดยพลการ เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตจากภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือหัวใจวายเฉียบพลันได้

สัญญาณเตือนของความดันต่ำ

ในทางตรงกันข้าม หากความดันโลหิตตกลงอย่างรวดเร็วจนถึงระดับ 90/60 มิลลิเมตรปรอท และผู้ป่วยมีภาวะช็อกร่วมด้วย ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที สัญญาณเตือนที่ต้องระวังได้แก่

  • วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงและเป็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อต้องยืนหรือเปลี่ยนท่าทาง

  • หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติไป

  • มีอาการสับสน มึนงง ไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้

  • หายใจเร็วและตื้นกว่าปกติ

  • สัมผัสตามผิวหนังแล้วรู้สึกเย็น ชื้น หรือมีสีผิวที่ซีดเซียวผิดปกติ

  • รู้สึกเจ็บแน่นบริเวณหน้าอก

  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

  • ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สรุป

การรักษาระดับ ความดันปกติ ให้คงที่อยู่เสมอ คือกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรงในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใด การทราบว่า ความดันปกติ เท่าไหร่ และหมั่นตรวจเช็กค่าความดันโลหิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ทันท่วงที หากพบว่าค่าความดันของคุณเริ่มมีความผิดปกติ หรือมีอาการที่เข้าข่ายภาวะวิกฤติ ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง อย่าปล่อยให้ภัยเงียบนี้เข้ามาทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณในอนาคต