โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว หลายคนพยายามลดน้ำหนักมาหลายวิธี ทั้งควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้ยา แต่กลับไม่เห็นผลอย่างยั่งยืน การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาโรคอ้วนได้ตรงจุด และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของโรคอ้วน ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดกระเพาะ วิธีการผ่าตัดแต่ละแบบ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
โรคอ้วนเป็นภาวะทางการแพทย์ที่เกิดจากการสะสมไขมันในร่างกายมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือปัญหาข้อเข่าเสื่อม
การประเมินโรคอ้วน แพทย์นิยมใช้ค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง ค่า BMI ช่วยให้แพทย์ประเมินระดับความรุนแรงของภาวะอ้วน และใช้ประกอบการวางแผนการรักษา
เมื่อค่า BMI สูงมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แพทย์พิจารณาการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นทางเลือกในการรักษา
การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เป็นการรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีทางศัลยกรรม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดปริมาณอาหารที่รับประทาน และปรับกลไกความหิวของร่างกาย ทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้ในระยะยาว
จุดเด่นของการผ่าตัดกระเพาะอาหารไม่ได้อยู่แค่การทำให้กินได้น้อยลง แต่ยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหาร ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็ว อิ่มนาน และลดพฤติกรรมการกินจุกจิก
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการลดน้ำหนักจะเหมาะกับการผ่าตัดกระเพาะ แพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย
กลุ่มที่มักเหมาะกับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี
ผู้ที่มีค่า BMI อยู่ในระดับโรคอ้วนรุนแรง
ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
ผู้ที่ไม่มีข้อห้ามในการผ่าตัดหรือภาวะทางจิตเวชที่เป็นอุปสรรค
ก่อนตัดสินใจ แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวมอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้ารับการผ่าตัดมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
การเตรียมตัวที่ดีมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องผ่านการตรวจประเมินหลายด้าน เช่น การตรวจร่างกาย ตรวจเลือด การประเมินโภชนาการ และการพูดคุยกับทีมแพทย์
สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ปรับพฤติกรรมการกินตามคำแนะนำแพทย์
งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
เตรียมความพร้อมด้านจิตใจและความเข้าใจผลลัพธ์ที่เป็นจริง
ศึกษาการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดล่วงหน้า
การเตรียมตัวที่รอบด้านช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น
การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักในปัจจุบันนิยมทำการผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง ซึ่งมีแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว โดยแบ่งออกเป็นสองวิธีหลัก
เป็นการผ่าตัดที่ทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลง เหลือเป็นลักษณะคล้ายท่อยาว ส่งผลให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และลดการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นความหิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องการปรับโครงสร้างลำไส้
เป็นการผ่าตัดที่แบ่งกระเพาะอาหารให้มีส่วนรับอาหารขนาดเล็ก และเชื่อมต่อกับลำไส้เล็กส่วนกลาง วิธีนี้ช่วยลดทั้งปริมาณอาหารและการดูดซึมสารอาหาร เหมาะกับผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน เช่น เบาหวานชนิดที่ควบคุมยาก
การผ่าตัดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดมีความสำคัญอย่างมากต่อผลลัพธ์ระยะยาว
ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรเริ่มจากการรับประทานอาหารเหลวใสที่ย่อยง่าย เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารปรับตัวได้อย่างเหมาะสม เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง สามารถเพิ่มความข้นของอาหารได้มากขึ้น เช่น ซุปหรืออาหารปั่นละเอียด สัปดาห์ที่สามจะเป็นช่วงของอาหารอ่อนนุ่ม อาทิ ไข่ตุ๋น หรือเยลลี่ และเมื่อครบสัปดาห์ที่สี่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติภายใต้คำแนะนำของแพทย์
โดยทั่วไป โอกาสที่น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นจนเท่าเดิมมีน้อยมาก เนื่องจากขนาดกระเพาะที่ลดลงถาวร อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ หากไม่ดูแลตัวเอง ก็มีโอกาสน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้บางส่วน
การติดตามผลกับทีมแพทย์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน
ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน
คุณภาพชีวิตดีขึ้น
ช่วยปรับพฤติกรรมการกินในระยะยาว
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
ต้องปรับตัวด้านโภชนาการอย่างจริงจัง
จำเป็นต้องติดตามอาการกับแพทย์ระยะยาว
เมื่อทำการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรง และไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไปได้ผล การรักษานี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องน้ำหนัก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หากคุณกำลังลังเล ไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับการผ่าตัดกระเพาะหรือไม่ ทางโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม พร้อมให้คำปรึกษาทางการแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยง เลือกวิธีการผ่าตัดให้กับผู้ป่วย
โทร 052 004699 ต่อ 4108,4109
อ่านเพิ่มเติม แพ็กเกจส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ และ แพ็กเกจตรวจคัดกรองภาวะน้ำหนักเกิน