โรคมะเร็งปอดถือเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่สูบบุหรี่จัดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกมากมายที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราและพร้อมจะทำลายสุขภาพปอดโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ความน่ากลัวของโรคนี้คือในระยะเริ่มต้นมักจะไม่มีความผิดปกติใดๆ แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน กว่าผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกตัวและมาพบแพทย์ โรคก็มักจะลุกลามเข้าสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว
บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ที่ครอบคลุมและเจาะลึก เพื่อให้คุณได้ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า มะเร็งปอด อาการ สาเหตุ วิธีป้องกันมีอะไรบ้าง รวมถึงแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถรับมือ สังเกตความผิดปกติ และป้องกันตัวเองจากโรคร้ายนี้ได้อย่างทันท่วงที

เมื่อพูดถึงคำถามที่ว่า มะเร็งปอด เกิดจากอะไร เราสามารถอธิบายในทางการแพทย์ได้ว่าเกิดจากการที่เซลล์ภายในเนื้อเยื่อปอดได้รับความเสียหายจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ แบ่งตัวอย่างผิดปกติ และเจริญเติบโตจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายในที่สุด โดยปัจจัยเสี่ยงที่เป็น มะเร็งปอด สาเหตุ หลักที่พบได้บ่อย มีดังต่อไปนี้
การสูบบุหรี่นับเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด ในบุหรี่หนึ่งมวนเต็มไปด้วยสารเคมีมากกว่าเจ็ดพันชนิด และมีสารก่อมะเร็งโดยตรงอยู่ไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบชนิด สารพิษเหล่านี้ เช่น สารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และไนโตรซามีน จะเข้าไปทำลายเยื่อบุผิวปอดโดยตรงทุกครั้งที่สูดดม นอกจากนี้ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่แต่ต้องสูดดมควันบุหรี่มือสองจากคนใกล้ชิดเป็นประจำ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดเซลล์มะเร็งปอดได้ไม่ต่างจากการสูบด้วยตนเอง
ในยุคปัจจุบัน ปัญหามลพิษทางอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์หลายเท่า ทำให้ฝุ่นพิษเหล่านี้สามารถเล็ดลอดผ่านระบบกรองอากาศของจมูก เข้าสู่ถุงลมปอดและซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง การสัมผัสและสูดดมฝุ่นควันที่มีความหนาแน่นสูงเป็นเวลานาน จะทำให้ปอดเกิดการอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ
สภาพแวดล้อมในการทำงานและการใช้ชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาพปอด ผู้ที่ประกอบอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง โรงงานผลิตสารเคมี อู่ต่อเรือ หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสกับสารเคมีอันตรายเป็นประจำ เช่น แร่ใยหิน สารหนู โครเมียม นิกเกิล จะมีความเสี่ยงสูงมาก นอกจากนี้ การสูดดมก๊าซเรดอน ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น มักพบตามรอยร้าวของอาคารหรือชั้นใต้ดิน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ปอด
แม้คุณจะไม่เคยสูบบุหรี่และดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี แต่ความเสี่ยงอาจมาจากปัจจัยภายในร่างกาย หากครอบครัวมีประวัติสายตรงเป็นโรคมะเร็งปอด โอกาสที่คุณจะได้รับยีนที่ผิดปกติย่อมมีมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรควัณโรคปอด หรือภาวะพังผืดในปอด จะมีเนื้อเยื่อปอดที่อ่อนแอและเกิดการอักเสบซ้ำๆ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการก่อตัวของเซลล์มะเร็งได้ง่ายกว่าปกติ
การรับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษา อาการ มะเร็งปอด ในระยะแรกมักจะดูคล้ายคลึงกับโรคระบบทางเดินหายใจทั่วไป ทำให้หลายคนมองข้าม หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
อาการไอเป็นกลไกปกติของร่างกายในการขับสิ่งแปลกปลอม แต่หากคุณมีอาการ มะเร็งปอด ไอเรื้อรัง คือไอติดต่อกันยาวนานเกินสองถึงสามสัปดาห์ โดยที่ไม่ได้เป็นหวัด หรือลักษณะของการไอเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น ไอแห้งๆ ตลอดเวลา หรือไอลึกๆ จากทรวงอก นี่คือ มะเร็งปอด อาการเริ่มแรก ที่พบได้บ่อยที่สุด
เมื่อก้อนเนื้อร้ายเจริญเติบโตและลุกลามเข้าไปทำลายเส้นเลือดฝอยภายในปอดหรือหลอดลม จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ มะเร็งปอด ไอเป็นเลือด หรือสังเกตเห็นเสมหะมีสีสนิมปนเลือดออกมาด้วย อาการนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับรุนแรงที่ไม่ควรปล่อยผ่านเด็ดขาด
เมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไปขัดขวางทางเดินหายใจ กดทับหลอดลม หรือก่อให้เกิดน้ำคั่งในเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก หายใจสั้นลง จุกแน่นบริเวณหน้าอก และรู้สึกหอบเหนื่อยง่ายผิดปกติแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย
ก้อนมะเร็งที่ขยายตัวอาจลุกลามไปกดทับเส้นประสาทที่ควบคุมกล่องเสียง ทำให้ผู้ป่วยมีเสียงแหบพร่าไปจากเดิมโดยไม่มีสาเหตุเรื่องการใช้เสียง นอกจากนี้ หากก้อนเนื้อไปอุดกั้นหลอดลมบางส่วน ลมหายใจที่ผ่านช่องแคบๆ จะทำให้เกิดเสียงหวีดขณะหายใจ
เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและดึงเอาพลังงานรวมถึงสารอาหารในร่างกายไปใช้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อยลง และน้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบโดยไม่ได้ตั้งใจลดความอ้วน
เมื่อมะเร็งปอดเข้าสู่ระยะที่มีการกระจายตัว เซลล์มะเร็งมักจะลุกลามไปยังกระดูกส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ซี่โครง และบริเวณสะบักไหล่ ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังที่กินยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา หรือปวดลึกๆ ในกระดูกเวลานอนพักผ่อน
การวางแผนการรักษาของแพทย์จะขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งเป็นหลัก โดยทางการแพทย์ได้แบ่งชนิดของมะเร็งปอดออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ตามลักษณะของเซลล์ที่ตรวจพบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ดังนี้
มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณแปดสิบถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมด ลักษณะเด่นของมะเร็งชนิดนี้คือมักจะมีการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของโรคที่ค่อนข้างช้ากว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก ทำให้แพทย์มีโอกาสตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ซึ่งส่งผลดีต่อทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การให้ยาพุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด
สำหรับมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กนั้น พบได้น้อยกว่า ประมาณสิบถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยทั้งหมด แต่มะเร็งชนิดนี้มีความดุร้ายและรุนแรงมาก เซลล์มะเร็งจะแบ่งตัวและแพร่กระจายเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่นๆ อย่างรวดเร็ว มะเร็งชนิดนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสูบบุหรี่อย่างหนักเป็นระยะเวลานาน การรักษามักจะไม่ใช้วิธีการผ่าตัด แต่จะพึ่งพาการใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี
เพื่อตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า มะเร็งปอด มีกี่ระยะ การแบ่งระยะของโรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยากรณ์โรคและการเลือกวิธีการรักษาที่ตรงจุด โดยการแบ่งระยะจะแตกต่างกันตามชนิดของเซลล์มะเร็ง
เนื่องจากเป็นชนิดที่แพร่กระจายเร็ว แพทย์จึงแบ่งระยะออกเป็นสองกลุ่มใหญ่เพื่อให้ง่ายต่อการประเมินการรักษา
ในระยะนี้ ก้อนมะเร็งยังคงจำกัดตัวอยู่เพียงบริเวณปอดด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น และอาจมีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในทรวงอกซีกเดียวกัน การรักษาในระยะนี้ยังสามารถควบคุมรอยโรคได้ดี
เมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม เซลล์มะเร็งได้แพร่กระจายลุกลามออกนอกทรวงอกด้านที่เกิดโรค ไปยังปอดอีกข้างหนึ่ง หรือแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและไปเจริญเติบโตที่อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตับ กระดูก
มะเร็งปอดชนิดนี้จะถูกจัดแบ่งความรุนแรงออกเป็นสี่ระยะหลัก ตามขนาดของก้อนเนื้อและการลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆ
เป็น มะเร็งปอด อาการเริ่มต้น ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก มักมีขนาดไม่เกินห้าเซนติเมตร เซลล์มะเร็งยังอยู่แค่ภายในเนื้อปอดและยังไม่มีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น ผู้ป่วยในระยะนี้แทบไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากตรวจพบในระยะนี้มีโอกาสสูงมากที่จะรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด
ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มมีการลุกลามเข้าไปยังชั้นเยื่อหุ้มปอด ผนังทรวงอก หรืออาจเริ่มมีการกระจายตัวเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ภายในขั้วปอดด้านเดียวกัน การรักษายังคงเน้นการผ่าตัดร่วมกับการให้ยาเสริมเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือ
ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่และลุกลามรุนแรงมากขึ้น เซลล์มะเร็งได้กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ตรงกลางทรวงอก หรือลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญที่อยู่ติดกับปอด เช่น หลอดเลือดใหญ่ หัวใจ หลอดลมใหญ่ การรักษาในระยะนี้มีความซับซ้อน มักต้องใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสาน ทั้งการผ่าตัด การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัด
มะเร็งปอด ระยะ 4 คือระยะที่โรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังอวัยวะที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น สมอง กระดูก ต่อมหมวกไต หรือตับ ในจุดนี้เป้าหมายของการรักษาจะเปลี่ยนไปเน้นที่การควบคุมการลุกลาม บรรเทาความเจ็บปวด และประคับประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด สำหรับ มะเร็งปอด อาการก่อนเสียชีวิต ในระยะสุดท้ายนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยหอบอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ซูบผอม ทานอาหารไม่ได้ และอาจมีอาการทางระบบประสาทหากมะเร็งลามไปที่สมอง การดูแลด้วยความเข้าใจและการรักษาแบบประคับประคองจึงมีความสำคัญสูงสุด
หลายคนเมื่อได้รับผลวินิจฉัยมักจะหมดหวังและตั้งคำถามว่า เป็น มะเร็งปอด หายได้ไหม ความจริงในทางการแพทย์ปัจจุบันคือ มะเร็งปอดสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในการรักษาประกอบไปด้วย ระยะของโรคที่พบ ชนิดของเซลล์มะเร็ง สภาพความพร้อมทางร่างกายของผู้ป่วย และเทคโนโลยีการรักษาที่เลือกใช้ ส่วนคำถามที่ว่า มะเร็งปอด รักษายังไง นั้น แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีแนวทางหลักดังนี้
การผ่าตัดเป็นวิธีรักษาหลักที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะที่หนึ่งและระยะที่สอง โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดนำเอาก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อปอดส่วนที่ติดเชื้อรวมถึงต่อมน้ำเหลืองโดยรอบออกไป ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง และฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น
การฉายรังสีคือการใช้พลังงานรังสีเอกซ์เรย์พลังงานสูงฉายตรงเข้าไปยังตำแหน่งของก้อนมะเร็งเพื่อทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีสุขภาพไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด หรือใช้รักษาร่วมกับการผ่าตัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยระยะลุกลามได้เป็นอย่างดี
การให้ยาเคมีบำบัดหรือคีโม เป็นการใช้ยาเพื่อเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งที่กำลังแบ่งตัวอยู่ทั่วร่างกาย สามารถให้ได้ทั้งรูปแบบยาฉีดเข้าเส้นเลือดและยารับประทาน มักใช้เป็นวิธีการรักษาหลักสำหรับมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก รวมถึงใช้ควบคู่กับการผ่าตัดและการฉายรังสีในมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลาม ปัจจุบันยังมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ เช่น ยามุ่งเป้าและการทำภูมิคุ้มกันบำบัด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดผลข้างเคียงให้แก่ผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น



เมื่อทราบถึงอันตรายที่รุนแรงและอาการที่แฝงตัวอย่างเงียบเชียบของโรคนี้แล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับมะเร็งปอดไม่ใช่การรอให้เกิดอาการแล้วค่อยรักษา แต่คือการป้องกันและการค้นหาโรคให้พบตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่มีประวัติครอบครัว หรือผู้ที่ต้องเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 เป็นประจำ
ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม มีบริการโปรแกรมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้รังสีต่ำ หรือที่เรียกว่า CT Chest Low Dose ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสากลในการตรวจหามะเร็งปอด
ข้อดีของการตรวจด้วย CT Chest Low Dose คือสามารถให้ภาพสแกนปอดแบบสามมิติที่มีความละเอียดสูง ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นจุดผิดปกติหรือก้อนเนื้อขนาดเล็กมากๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการเอกซเรย์ปอดแบบธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ ที่สำคัญคือใช้ปริมาณรังสีที่ต่ำมาก ทำให้มีความปลอดภัยสูงและไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
การตรวจพบไว ย่อมหมายถึงโอกาสรอดชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น หากคุณมีความกังวลหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่าปล่อยให้ความสงสัยกลายเป็นภัยร้ายลุกลาม แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม พร้อมให้การดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและวินิจฉัยอย่างใกล้ชิด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ได้ที่โทร 052-004699 ให้เราช่วยดูแลสุขภาพปอดของคุณและคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้

แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปอด >> https://www.chiangmairam.com/readpackage/118