Messenger

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการ สาเหตุและการรักษา

June 09 / 2026

อาการปวดคอ ปวดหลัง หรือปวดร้าวลงแขนลงขา อาจไม่ใช่แค่อาการเมื่อยล้าจากการทำงานเสมอไป โดยเฉพาะหากมีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม ก้มตัว ยกของ หรือนั่งนาน อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดหลังร้าวลงขาและปวดคอร้าวลงแขน

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถเกิดได้กับกระดูกสันหลังหลายตำแหน่ง ทั้งบริเวณคอ หลังส่วนอก และหลังส่วนล่าง แต่ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือบริเวณหลังส่วนล่าง เนื่องจากเป็นส่วนที่รับน้ำหนักและถูกใช้งานมากในชีวิตประจำวัน หากปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการประเมิน อาจกระทบต่อการเดิน การทำงาน การนอนหลับ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร มีอาการแบบไหน เกิดจากสาเหตุใด รักษาหายไหม มีข้อห้ามอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ เพื่อให้ผู้ที่เริ่มมีอาการสามารถตัดสินใจดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและเข้ารับการตรวจได้ทันเวลา

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร

หมอนรองกระดูกเป็นโครงสร้างที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่คล้ายตัวรองรับแรงกระแทก ช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้ ยืดหยุ่นได้ และลดแรงกดจากการยืน เดิน นั่ง ก้ม หรือยกของ ภายในหมอนรองกระดูกมีส่วนกลางที่มีลักษณะนุ่มคล้ายเจล เรียกว่า นิวเคลียส และมีเปลือกด้านนอกที่แข็งแรงกว่า เรียกว่า แอนนูลัส

เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม ฉีก หรือปลิ้นออกจากตำแหน่งเดิม เนื้อหมอนรองกระดูกอาจไปกดทับหรือระคายเคืองเส้นประสาทใกล้เคียง จึงเกิดอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกด ภาวะนี้เรียกว่า หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

โรคนี้พบได้บ่อยในช่วงอายุประมาณ 30 ถึง 50 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของหมอนรองกระดูก การใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ การยกของหนักผิดท่า น้ำหนักตัวที่มาก การนั่งนาน และอุบัติเหตุที่กระทบต่อกระดูกสันหลัง

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเป็นอย่างไร

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไม่ได้มีแค่ปวดหลังหรือปวดคอเท่านั้น แต่จุดสำคัญคืออาการมักสัมพันธ์กับแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มจากปวดเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ ร้าวลงแขนหรือขา ขณะที่บางรายอาจมีอาการเฉียบพลันหลังยกของหนัก ก้มผิดท่า หรือเกิดอุบัติเหตุ

ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของหมอนรองกระดูก ระดับการกดทับเส้นประสาท ระยะเวลาที่เป็น และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย หากมีอาการปวดร่วมกับชา อ่อนแรง หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบหรือออฟฟิศซินโดรมเสมอไป

อาการที่พบบ่อย

อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดคอหรือปวดหลังร่วมกับอาการร้าวไปยังแขนหรือขา บางรายมีอาการชาเหมือนเข็มทิ่ม แสบ ร้อน หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตตามแนวเส้นประสาท อาการอาจเป็นมากขึ้นเมื่อไอ จาม เบ่ง ก้ม ยกของ หรือนั่งนาน เพราะท่าทางเหล่านี้เพิ่มแรงกดต่อหมอนรองกระดูกและเส้นประสาท

ในบางราย เส้นประสาทที่ถูกกดทับนานอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อ ทำให้มือไม่มีแรง หยิบจับของลำบาก เดินสะดุด ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือรู้สึกว่าขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงลง อาการอ่อนแรงถือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจสะท้อนว่าการทำงานของเส้นประสาทเริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น

อาการตามตำแหน่งที่กดทับ

หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทบริเวณคอ อาการมักเริ่มจากปวดคอ ปวดสะบัก หรือปวดหลังส่วนบน แล้วร้าวไปที่ไหล่ แขน มือ หรือนิ้วมือ ผู้ป่วยบางรายอาจมีชาปลายนิ้ว มืออ่อนแรง กำมือไม่แน่น หรือปวดมากขึ้นเวลาหันคอ เงยหน้า หรือก้มหน้าเป็นเวลานาน

หากเกิดบริเวณหลังส่วนล่าง อาการมักเป็นปวดหลังร้าวลงสะโพก ต้นขาด้านหลัง น่อง ข้อเท้า หรือปลายเท้า ซึ่งหลายคนรู้จักในชื่ออาการปวดร้าวตามเส้นประสาทไซอาติก ผู้ป่วยอาจปวดมากเมื่อนั่งนาน ยืนเดินนาน หรือก้มยกของ และอาจรู้สึกชาหรือตามขาข้างใดข้างหนึ่ง

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

แม้อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหลายรายสามารถเริ่มรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ แต่มีบางอาการที่ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทรุนแรง ได้แก่ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ปัสสาวะไม่ออก ชาบริเวณก้น อวัยวะเพศ หรือต้นขาด้านใน ขาอ่อนแรงมากขึ้น เดินลำบาก หรือมีอาการปวดหลังรุนแรงหลังอุบัติเหตุ

อาการเหล่านี้ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะหากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบประสาทและการทำงานของกล้ามเนื้อในระยะยาว การพบแพทย์เร็วช่วยให้ประเมินสาเหตุและเลือกแนวทางรักษาได้เหมาะสมกว่า

สาเหตุของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

สาเหตุที่พบได้บ่อยคือภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียความยืดหยุ่นและความชุ่มน้ำ ทำให้เปลือกด้านนอกอ่อนแอลง เกิดการโป่ง ปริ หรือปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทได้ง่ายขึ้น แม้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรงก็ตาม

อีกสาเหตุสำคัญคือการใช้งานหลังผิดท่า เช่น ก้มยกของหนักโดยไม่ย่อเข่า บิดเอี้ยวตัวขณะยกของ นั่งหลังงอเป็นเวลานาน หรือทำงานในท่าเดิมซ้ำ ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับแรงกดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง

นอกจากนี้ อุบัติเหตุหรือแรงกระแทก เช่น รถชน หกล้ม ตกจากที่สูง หรือการเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลัง อาจทำให้หมอนรองกระดูกบาดเจ็บและปลิ้นออกมากดเส้นประสาทได้เช่นกัน ในบางรายอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น น้ำหนักตัวมาก นั่งทำงานนาน และออกกำลังกายผิดท่า

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ คนทำงานที่ต้องนั่งนาน เช่น พนักงานออฟฟิศ คนขับรถ หรือผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ เพราะแรงกดต่อหมอนรองกระดูกอาจเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในท่านั่งนาน โดยเฉพาะหากนั่งหลังงอหรือเก้าอี้ไม่รองรับสรีระ

ผู้ที่ต้องยกของหนัก ใช้แรงงาน หรือทำงานที่ต้องก้ม บิด เอี้ยวตัวบ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงสูงขึ้น รวมถึงนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักโดยใช้ท่าทางไม่ถูกต้อง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินก็มีโอกาสเกิดปัญหานี้มากขึ้น เพราะน้ำหนักตัวเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก

ผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้สูงอายุ คนวัยทำงานอายุ 30 ถึง 50 ปี ก็พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ร่างกายหนักหรือนั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทวินิจฉัยอย่างไร

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด แพทย์จะประเมินตำแหน่งที่ปวด ลักษณะอาการปวด การร้าวของอาการ ระยะเวลาที่เป็น ปัจจัยที่ทำให้อาการดีขึ้นหรือแย่ลง รวมถึงประวัติอุบัติเหตุ การทำงาน การออกกำลังกาย และโรคประจำตัว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกว่าอาการเกิดจากหมอนรองกระดูก เส้นประสาท กล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือสาเหตุอื่น

จากนั้นแพทย์จะตรวจร่างกายและตรวจระบบประสาท เช่น กำลังกล้ามเนื้อ รีเฟล็กซ์ ความรู้สึก การเดิน การยกขา หรือการเคลื่อนไหวของคอและหลัง การตรวจเหล่านี้ช่วยประเมินว่าเส้นประสาทตำแหน่งใดอาจถูกกดทับ และอาการมีความรุนแรงระดับใด

ในบางกรณี แพทย์อาจส่งตรวจเอกซเรย์เพื่อแยกโรคอื่น เช่น กระดูกเสื่อม กระดูกเคลื่อน หรือความผิดปกติของแนวกระดูกสันหลัง หากสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาทชัดเจน หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลรักษาเบื้องต้น อาจพิจารณาตรวจ MRI หรือ CT scan เพื่อดูรายละเอียดของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และเนื้อเยื่อรอบข้าง

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาอย่างไร

แนวทางรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ตำแหน่งที่เกิด การกดทับเส้นประสาท อายุ สุขภาพโดยรวม และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดในรายที่ยังไม่มีสัญญาณอันตรายหรืออ่อนแรงรุนแรง

เป้าหมายของการรักษาคือ ลดอาการปวด ลดการอักเสบ ฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยากินเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือเข้ารับการนวด ดัด จัดกระดูกโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจทำให้อาการบางรายแย่ลงได้

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดประกอบด้วยการปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการ เช่น ก้มยกของหนัก นั่งนาน หรือบิดเอี้ยวหลังรุนแรง ร่วมกับการใช้ยาลดปวดหรือยาลดอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรในกรณีที่เหมาะสม

กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูอาการ โดยอาจประกอบด้วยการลดปวด การยืดกล้ามเนื้อ การฝึกท่าทางที่ถูกต้อง และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และสะโพกให้แข็งแรงขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อพยุงกระดูกสันหลังได้ดีขึ้น แรงกดต่อหมอนรองกระดูกอาจลดลง และช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปลอดภัยขึ้น

ในบางรายที่มีอาการปวดร้าวมาก แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาสเตียรอยด์บริเวณโพรงเส้นประสาทเพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด วิธีนี้ไม่ใช่การรักษาที่เหมาะกับทุกคน จึงควรประเมินเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การผ่าตัด

การผ่าตัดมักพิจารณาในกรณีที่อาการรุนแรง มีอ่อนแรงมากขึ้น มีสัญญาณอันตราย หรือรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วอาการไม่ดีขึ้นจนรบกวนคุณภาพชีวิต การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อลดการกดทับเส้นประสาทและช่วยให้เส้นประสาทฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ปัจจุบันเทคนิคการผ่าตัดหมอนรองกระดูกพัฒนาไปมาก เช่น การผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยกล้องจุลทรรศน์ การผ่าตัดผ่านกล้องเอนโดสโคป หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อในรายที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ ข้อดีของเทคนิคแผลเล็กคือช่วยลดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ และวิธีใดเหมาะสมกับตนเองที่สุด

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาหายไหม

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหลายรายสามารถดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหากอาการไม่รุนแรง ไม่มีอ่อนแรงมาก และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่กดทับ ระดับความรุนแรง ระยะเวลาที่มีอาการ อายุ น้ำหนักตัว โรคประจำตัว และความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัด

คำว่า “หาย” ในทางปฏิบัติอาจหมายถึงอาการปวดลดลง กลับมาเดิน ทำงาน และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ แม้ภาพ MRI อาจยังเห็นความผิดปกติบางส่วนอยู่ก็ตาม สิ่งสำคัญคือการประเมินอาการร่วมกับการตรวจร่างกาย ไม่ใช่ดูผลภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว

หากผู้ป่วยปรับพฤติกรรม ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง โอกาสควบคุมอาการและลดการกลับมาเป็นซ้ำจะดีขึ้น แต่หากกลับไปยกของหนักผิดท่า นั่งนาน หรือไม่ดูแลกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว อาการอาจกลับมาได้อีก

คนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

ผู้ที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่า โดยเฉพาะการก้มหลังงอแล้วยกของขึ้นทันที ควรเปลี่ยนเป็นการย่อเข่า เกร็งหน้าท้อง และยกของให้ใกล้ลำตัวมากที่สุด หากของมีน้ำหนักมากควรขอความช่วยเหลือหรือใช้อุปกรณ์ช่วยยก

ควรหลีกเลี่ยงการนั่งนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ เพราะการนั่งต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเพิ่มแรงกดต่อหลังส่วนล่าง ควรลุกเดิน ยืดเหยียด หรือเปลี่ยนท่าทุกระยะ รวมถึงปรับโต๊ะ เก้าอี้ และจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

อีกข้อที่ควรระวังคือการนวด ดัด กระแทก หรือจัดกระดูกโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองต่อเส้นประสาทได้ รวมถึงไม่ควรฝืนออกกำลังกายหนักขณะมีอาการรุนแรง ควรเลือกท่าบริหารที่ปลอดภัยและเหมาะกับอาการของตนเอง

วิธีดูแลตัวเองและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันเริ่มจากการรักษาท่าทางในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน หรือท่ายกของ ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ควรนั่งให้หลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น จออยู่ระดับสายตา และไม่ก้มคอหรือห่อไหล่เป็นเวลานาน

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง สะโพก และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพราะกล้ามเนื้อเหล่านี้ช่วยพยุงกระดูกสันหลังและลดภาระของหมอนรองกระดูก อย่างไรก็ตาม ควรเริ่มจากระดับที่เหมาะสม ไม่ฝืน และหลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการ

การควบคุมน้ำหนักและหยุดสูบบุหรี่ก็มีความสำคัญเช่นกัน น้ำหนักตัวที่มากทำให้หลังส่วนล่างรับแรงกดเพิ่มขึ้น ส่วนการสูบบุหรี่อาจส่งผลต่อสุขภาพของเนื้อเยื่อและการฟื้นตัวของร่างกาย หากต้องนั่งทำงานนาน ควรพักเป็นช่วง ๆ ลุกเดิน ยืดกล้ามเนื้อ และปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะกับสรีระ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดคอหรือปวดหลังร้าวลงแขนหรือขา มีอาการชา อ่อนแรง เดินผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองเบื้องต้น โดยเฉพาะหากอาการเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือรบกวนการทำงาน การนอน และการใช้ชีวิตประจำวัน

หากมีสัญญาณอันตราย เช่น กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ปัสสาวะไม่ออก ชาบริเวณก้น ขาหนีบ อวัยวะเพศ หรือต้นขาด้านใน ขาอ่อนแรงมากขึ้น หรือมีอาการหลังอุบัติเหตุรุนแรง ควรรีบเข้ารับการตรวจทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอ ปวดหลัง ปวดร้าวลงแขนหรือขาเรื้อรัง การปรึกษาแพทย์ช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม โรงพยาบาลเชียงใหม่รามมีบริการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาปวดคอ ปวดหลัง ปวดข้อ และอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท โดยสามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินอาการ วางแผนการรักษา และฟื้นฟูการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม